หน้าแรก/คู่มือ AI/การใช้ AI ช่วยค้นและสรุปคำพิพากษาฎีกาอย่างถูกกรอบ
อัปเดต 28 ก.ค. 2026

การใช้ AI ช่วยค้นและสรุปคำพิพากษาฎีกาอย่างถูกกรอบ

AI ช่วยให้การค้นและสรุปคำพิพากษาฎีกาเร็วขึ้นมาก ทั้งช่วยหาแนวคำวินิจฉัย ย่อประเด็น และร่างเอกสารตั้งต้น แต่งานกฎหมายมีความเสี่ยงเฉพาะตัว โดยเฉพาะการที่ AI "มั่ง" เลขฎีกาหรือสาระที่ไม่มีอยู่จริง จึงต้องใช้ภายในกรอบและตรวจสอบทุกครั้ง

บทความนี้สรุปแนวทางใช้ AI ค้นฎีกาให้ปลอดภัย โดยอิงกรอบตาม คำแนะนำของประธานศาลฎีกา เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในการปฏิบัติงานคดี (ลงวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568) ซึ่งวางหลักการใช้ AI ในกระบวนการยุติธรรม เป็นบทความให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือความเห็นทางคดี

กรอบตามคำแนะนำของประธานศาลฎีกา#

คำแนะนำฉบับนี้วางหลักสำคัญที่ผู้ใช้ AI ในงานคดีควรยึด (สรุปสาระ):

  • ความรับผิดชอบและข้อจำกัด — ใช้ด้วยความรับผิดชอบต่อความบริสุทธิ์ยุติธรรม โดยตระหนักถึงข้อจำกัดจากข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนหรือไม่น่าเชื่อถือ อคติทางอัลกอริทึม และขีดความสามารถของโมเดล
  • ความลับและข้อมูลส่วนบุคคล — ต้องไม่เปิดเผยความลับของทางราชการ และ ต้องไม่นำข้อมูลส่วนบุคคลในคดีไปใช้กับ AI
  • ความเป็นอิสระของผู้พิพากษา — ผู้พิพากษาต้องใช้ดุลพินิจวินิจฉัยชี้ขาดคดีเอง โดยปราศจากการชี้นำหรือแทรกแซงของ AI และ ห้ามใช้ AI วิเคราะห์ความน่าจะเป็นของข้อเท็จจริงอันเป็นประเด็นพิพาทเพื่อนำมาใช้วินิจฉัยชี้ขาดคดี
  • ใช้ช่วยงานธุรการ/วิชาการได้ — เช่น การสืบค้นข้อมูล การคำนวณ การจัดหมวดหมู่ วางแผนบริหารจัดการคดี สรุปหรือเตรียมข้อมูลเบื้องต้น และจัดทำร่างเอกสาร โดย ผู้ใช้พึงตรวจสอบความถูกต้องเสมอ และ พึงเปิดเผยถึงการใช้ข้อมูลดังกล่าว

สำหรับผู้พิพากษาและบุคลากรของศาล คำแนะนำนี้คือกรอบที่ต้องปฏิบัติตาม ส่วนทนายความ นิติกร และนักกฎหมายทั่วไป ควรถือเป็นมาตรฐานความรับผิดชอบที่ดีในการใช้ AI กับงานคดีเช่นกัน

AI ช่วยค้นและสรุปฎีกาได้อย่างไร#

ภายใต้กรอบข้างต้น AI เหมาะกับงาน "ช่วยค้นคว้าและเตรียมข้อมูล" ไม่ใช่ "ตัดสินแทน":

  • ค้นแนวคำวินิจฉัย จากคำสำคัญหรือประเด็นข้อกฎหมาย เพื่อหาจุดตั้งต้นไปสืบค้นต่อในระบบทางการ
  • ย่อ/สรุปคำพิพากษายาว ให้เห็นประเด็น ข้อเท็จจริง และผลคำวินิจฉัยอย่างรวดเร็ว
  • จัดหมวดหมู่และเทียบแนว ฎีกาหลายฉบับตามประเด็นที่สนใจ
  • ร่างเอกสารตั้งต้น เช่น โครงคำร้องหรือบันทึกย่อ ที่ต้องนำไปตรวจและแก้เอง

ใช้ AI เป็น "ผู้ช่วยหาเบาะแสและย่อความ" แล้วนำเลขฎีกาที่ได้ไปเปิดอ่านฉบับจริงในระบบทางการเสมอ อย่าอ้างอิงจากสิ่งที่ AI สรุปมาโดยตรง

เส้นที่ห้ามข้าม#

  • อย่าวางข้อมูลลับหรือข้อมูลส่วนบุคคลในสำนวนลงใน AI สาธารณะ — ทั้งชื่อคู่ความ ข้อมูลในคดี หรือเอกสารลับ ตามข้อ 2 ของคำแนะนำ และหลักการตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
  • ห้ามให้ AI ตัดสินประเด็นพิพาทแทน — การชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานและวินิจฉัยชี้ขาดเป็นดุลพินิจของผู้พิพากษา ไม่ใช่ผลลัพธ์จากโมเดล
  • อย่าถือคำตอบ AI เป็นข้อกฎหมายที่ถูกต้อง — ต้องยืนยันกับตัวบทและคำพิพากษาฉบับจริงทุกครั้ง

กัน AI "มั่ง" เลขฎีกา (ข้อควรระวังสำคัญที่สุด)#

โมเดล AI สามารถสร้างเลขคดี ชื่อคำพิพากษา หรือสาระที่ "ฟังดูจริงแต่ไม่มีอยู่จริง" (hallucination) ได้ ซึ่งในงานกฎหมายเป็นความเสี่ยงร้ายแรง เคยมีกรณีในต่างประเทศที่ทนายถูกลงโทษเพราะอ้างคำพิพากษาปลอมที่ AI สร้างขึ้น

แนวปฏิบัติที่ควรทำเสมอ:

  • ตรวจเลขฎีกาทุกครั้งกับระบบทางการ เช่น ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา (deka.supremecourt.or.th) และเว็บไซต์ศาลฎีกา (www.supremecourt.or.th) — ถ้าค้นไม่พบ ให้ถือว่าอาจไม่มีอยู่จริง
  • อ่านฉบับจริง ไม่ใช้แค่บทสรุปของ AI เพราะ AI อาจสรุปประเด็นหรือผลคดีคลาดเคลื่อน
  • ระวังข้อมูลล้าสมัย — แนวคำวินิจฉัยอาจถูกกลับหรือมีฉบับใหม่ ควรตรวจความเป็นปัจจุบัน
  • เปิดเผยการใช้ AI ตามที่คำแนะนำระบุ เมื่อใช้ข้อมูลจาก AI ในการทำงาน

เวิร์กโฟลว์ค้นฎีกาด้วย AI อย่างปลอดภัย#

  1. ตั้งคำถามเชิงประเด็น (ไม่ใส่ข้อมูลลับ/ข้อมูลส่วนบุคคลในคดี) เช่น หลักกฎหมายหรือสถานการณ์แบบทั่วไป
  2. ให้ AI เสนอประเด็นและคำค้น ที่ควรใช้ พร้อมแนวคำวินิจฉัยที่อาจเกี่ยวข้อง
  3. นำ คำค้น/เลขฎีกา ไปเปิดในระบบสืบค้นทางการ เพื่อยืนยันว่ามีจริงและอ่านฉบับเต็ม
  4. ใช้ AI ย่อฉบับจริง ที่ยืนยันแล้ว ให้เห็นประเด็น–ข้อเท็จจริง–ผล
  5. ตรวจและเรียบเรียงเอง ก่อนนำไปใช้ และเปิดเผยว่ามีการใช้ AI ช่วย
ช่วยเสนอประเด็นข้อกฎหมายและคำค้นสำหรับสืบค้นแนวคำพิพากษา
เกี่ยวกับ [ประเด็นกฎหมายทั่วไป ไม่มีข้อมูลคู่ความหรือรายละเอียดคดีจริง]
- ระบุประเด็นย่อยที่ควรค้น
- เสนอคำค้นภาษาไทยที่ควรใช้ในระบบสืบค้นทางการ
- ย้ำเตือนให้ฉันไปตรวจเลขฎีกากับแหล่งทางการก่อนอ้างอิง

FAQ#

ใช้ AI ค้นฎีกาได้ไหม ผิดกฎหรือเปล่า? ใช้ช่วย "ค้นคว้าและเตรียมข้อมูล" ได้ตามคำแนะนำของประธานศาลฎีกา (ข้อ 4) แต่ต้องตรวจความถูกต้องเสมอ ไม่นำข้อมูลส่วนบุคคลในคดีไปใส่ AI และไม่ใช้ AI ตัดสินประเด็นพิพาทแทนดุลพินิจ

ทำไมต้องตรวจเลขฎีกาที่ AI ให้มา? เพราะ AI อาจสร้างเลขคดีหรือคำพิพากษาที่ไม่มีอยู่จริง (hallucination) ซึ่งเคยทำให้เกิดการอ้างอิงคำพิพากษาปลอมมาแล้ว ควรตรวจกับระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกาทางการและอ่านฉบับจริงทุกครั้ง

วางรายละเอียดคดีลงใน ChatGPT เพื่อให้ช่วยค้นได้ไหม? ไม่ควร โดยเฉพาะข้อมูลลับของทางราชการหรือข้อมูลส่วนบุคคลในสำนวน ควรถามเป็นประเด็นทั่วไปโดยไม่ระบุตัวบุคคล และใช้เครื่องมือที่หน่วยงานอนุมัติสำหรับข้อมูลที่อ่อนไหว

อ่านต่อ#

แหล่งอ้างอิง#